ม.1 คลั่งรัก! ยกพวก 10 คน รุมตบน้อง ป.5 น่วม ปมคุยกับแฟนหนุ่มชั้น ป.6 – Sport365TH

ม.1 คลั่งรัก! ยกพวก 10 คน รุมตบน้อง ป.5 น่วม ปมคุยกับแฟนหนุ่มชั้น ป.6


สาว ม.1 คลั่งรัก! ยกพวกนับ 10 คน รุมตบน้อง ป.5 น่วม ปมคุยกับแฟนหนุ่มชั้น ป.6 

25 ส.ค. 2566 จากกรณีที่มีคลิปวีดีโอเด็กหญิงคนหนึ่ง ถูกรุมทำร้ายจนยืนร้องไห้ ทั้งที่ไม่ได้ต่อสู้ แต่ฝ่ายตรงข้ามเหมือนได้ใจ จึงเข้าตบตีอย่างมันมือ ลักษณะทรงผมเหมือนเด็กนักเรียน ถูกเผยแพร่ในโลกโซเซียล โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดในโรงเรียนแห่งหนึ่ง พื้นที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม  ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบพิกัดจนทราบแน่ชัดแล้ว จึงลงพื้นที่พบว่าเป็นโรงเรียนเปิดสอนตั้งแต่อนุบาล-ม.3 มีนักเรียนทั้งหมด 252 คน พบว่าบ้านน้องผู้ถูกทำร้ายร่างกายอยู่บ้านโพนสว่าง หมู่ 10 ต.โพนสว่าง อ.ศรีสงคราม โดยไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนที่ผ่านมา และพยายามหลบหน้าคนแปลกหน้าตลอดเวลา

จากการสอบถาม นางสา (นามสมมติ) อายุ 40 ปี แม่ ด.ญ. ที่ถูกทำร้ายร่างกาย ทราบว่าน้องเป็นลูกคนที่สองชื่อน้องเอ (นามสมมติ) อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 สถานะทางครอบครัว เลิกรากับสามีตั้งแต่น้องยังอยู่ในครรภ์ได้ 7 เดือน ปัจจุบันตนมีอาชีพรับจ้างกรีดยาง โดยปกติลูกเป็นเด็กเงียบๆ ไม่สุงสิงกับใคร การเรียนอยู่ในระดับปานกลาง

นางสาเล่า ว่า มีเพื่อนบ้านเรียกให้มาดูคลิปว่าคนในนี้เป็นใคร เมื่อเห็นก็รู้ทันทีว่าคนที่ถูกทำร้ายคือลูกสาว และคนที่เข้าไปตบก็เป็นเด็กในหมู่บ้านชื่อน้องพี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี มีความเกี่ยวพันเป็นเครือญาติกันด้วย เมื่อเห็นแล้วตนร้องไห้ขึ้นมาทันที เพราะตั้งแต่เลี้ยงลูกมาก็ไม่เคยทำถึงขนาดนี้ จึงไปหาผู้ปกครองของน้องพี สอบถามว่าน้องทำผิดอะไร ถึงได้ทำรุนแรงถึงขนาดนี้ ซึ่งน้องพีตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน เพราะน้องเอบังอาจมาคุยกับแฟนตนที่เรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนเดียวกัน และจะไม่ขอโทษต่อการกระทำของตน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรับทราบมูลเหตุจากแหล่งข่าวว่า ช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา น้องเอได้ไปเล่นที่สนามกีฬาโรงเรียนกับเพื่อนอีกหลายคน และได้มีนักเรียนชายรุ่นพี่อยู่ชั้น ป.6 เข้ามาพูดคุยตามประสาคนบ้านเดียวกัน ปรากฏว่าน้องพีนักเรียนชั้น ม.1 ซึ่งอ้างเป็นแฟนกับน้องชั้น ป.6 ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็น แสดงสีหน้าไม่พอใจ แต่ได้ขับรถไปโดยไม่ทักทายเพื่อนที่อยู่บริเวณนั้น

กระทั่งวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา น้องเอก็มาเล่นที่สนามกีฬาตามปกติ น้องพีมาพบจึงโทรศัพท์เรียกเพื่อนๆ มาสมทบประมาณ 10 คน แล้วเรียกให้น้องเอไปหาที่หลังโรงเรียน ตามประสาเด็ก น้องนิดก็เดินไปหา น้องพียื่นโทรศัพท์ให้เพื่อนที่มาด้วย พร้อมบอกให้ถ่ายคลิปไว้ด้วย จากนั้นก็ลงมือตบตีน้องนิดอย่างบ้าคลั่ง โดยมีเพื่อนๆ หัวเราะชอบใจ ในขณะที่น้องเอยืนร้องไห้ โดยไม่ได้ตอบโต้แม้แต่ครั้งเดียว กลายเป็นความได้ใจของกลุ่มน้องพี ก่อนจะกรูเข้าทำร้ายร่างกายอย่างสะใจ เมื่อตีน้องเอจนหนำใจก็ปล่อยให้กลับบ้าน

ต่อมา น้องพีอยากจะโชว์ความเป็นผู้นำ ได้ส่งคลิปดังกล่าวในหมู่เพื่อนๆ จึงนำไปสู่การเผยแพร่ในโลกโซเชียล จนกระทั่งนางสาแม่ของน้องเอเห็นคลิปถึงกับร้องไห้โฮ และรีบไปพบกับครอบครัวน้องพี ซึ่งทางฝ่ายผู้กระทำเหมือนจะไม่ยินดียินร้ายอะไร ซึ่งภายหลังนางสาทราบว่ามีผู้ร่วมกระทำทั้งหมด 5 คน จึงเรียกค่าทำขวัญคนละ 5,000 บาท ฝ่ายผู้ปกครองน้องพีอ้างไม่มีเงิน จึงลดมาเหลือ 2,000 บาท ก็บอกไม่มีเงินอีก จึงมาสรุปที่คนละ 1,000 บาท โดยจะจ่ายกันที่โรงเรียนในวันที่ 1 กันยายน ที่จะถึงนี้

โดยทราบต่อมาว่าน้องพี เคยเรียนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในตำบลศรีสงคราม แต่ถูกรีไทร์ให้ออกเพราะมีพฤติกรรมก้าวร้าว และกระทำผิดกฎโรงเรียนหลายครั้ง เพิ่งจะมาเรียนที่โรงเรียนที่เกิดเหตุเพียง 2 เดือนเท่านั้น นางสาเล่าเพิ่มเติมว่า หลังน้องเอถูกทำร้ายก็บ่นเจ็บหลัง และไม่กล้าไปโรงเรียน เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย และอยากให้ทางผู้บริหารหามาตรการป้องกันการก่อเหตุดังกล่าวซ้ำ ยืนยันลูกตนเองยังไม่ประสีประสาเรื่องแบบนั้น ในขณะที่ผู้กระทำไม่มีท่าทีจะสลดในสิ่งที่ตนเองก่อขึ้น

ต่อจากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านน้องพี ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ได้มีผู้หญิงออกมาพบ แล้วบอกว่าเป็นคุณแม่ไม่ขอให้รายละเอียด เพราะทุกอย่างเคลียร์กันจบแล้ว โดยจะไปผูกแขนน้องเอที่โรงเรียนวันที่ 1 กันยายนนี้ ทางด้าน พ.ต.อ.ศรีนคร นัยวัฒน์ ผกก.สภ.ศรีสงคราม เปิดเผยว่าทราบเรื่องราวเบื้องต้นแล้ว หากผู้ปกครองน้องเอมาแจ้งความ ก็พร้อมจะดำเนินคดีทันที เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างหรือมีพฤติกรรมเลียนแบบ ส่วนคดีนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ยกพวกบุกตบน้องอายุ 18 ปีถึงบ้านพัก ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ พื้นที่ ต.นาเดื่อ อ.ศรีสงคราม มูลเหตุมาจากเรื่องแย่งผู้ชาย ขณะนี้ได้ส่งหมายเรียกผู้ก่อเหตุรวม 7 คน เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน และนำส่งอัยการฯ ให้ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครพนม พิจารณาความผิดตามลำดับ

 

 

แหล่งที่มา

Scroll to Top