สาวหม้ายป้ายแดงโต้แต่งงาน 3 วันเลิก ยันแท้งลูกจริง ตรวจแล้วด้วยตัวเอง – Sport365TH

Share Facebook


หนังคนละม้วน! สาวหม้ายป้ายแดงโต้แต่ง 3 วันเลิก ยันแท้งลูกจริง หาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตก่อนตรวจยืนยัน แต่กลัวฝ่ายชายไม่รับผิดชอบ

จากกรณีที่ นายอนิรุทธิ์ อายุ 35 ปี  เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน หลังตนกับนางสาวเอ (นามสมมติ) ยุติความสัมพันธ์การเป็นสามีภรรยากันแล้ว หลังได้ตงลงใจแต่งงานใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันเพียง 3 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้ ฝ่ายหญิงได้บอกกับตนว่าท้องหลังคบหากันได้ 6 เดือน ซึ่งต่อมาได้แต่งงานอยู่กินกัน 3 วัน จึงถูกฝ่ายหญิงบอกเลิก โดยอ้างว่าแท้งลูกและหมดรัก ก่อนเจ้าตัวจะพบว่าฝ่ายหญิงอัปรูปฉลองวันเกิดกับชายอื่น 

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวกับนางสาวเอ ผู้ที่ถูกฝ่ายชายกล่าวหาว่าหลอกแต่งงานเพียงแค่สามวันก่อนจะบอกเลิก ว่าตอนนี้ตนเองกำลังจะเดินทางไปออกรายการที่ กทม. แต่อยากชี้แจงว่า ที่ฝ่ายชายบอกว่าตนโกหกว่าไม่ได้ท้องจริง แต่แท้จริงแล้วตนเองท้องจริงๆ ซึ่งก่อนเกิดเรื่องทางบ้านของฝ่ายชายมาทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือ ไม่ได้เป็นการจัดงานแต่งแต่อย่างใด ซึ่งในวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมามีการเข้ามาพูดคุยตกลงกันในเรื่องการจัดงานแต่งที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 สิงหาคม กับทางพ่อแม่ของตน 

ซึ่งทางบ้านของตนนั้นได้ทำการจัดเตรียมงานต่างๆไว้เรียบร้อยแล้ว และในวันต่อมาซึ่งก่อนจะถึงวันงานจริงขณะนั้นตนเองกำลังทำงานตามปกติ ตนเองรู้สึกว่าไม่สบายเหมือนปวดท้องเป็นประจำเดือนจึงได้ไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างที่เข้าห้องน้ำเหมือนมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อยแต่ตนก็ไม่ได้สนใจอะไร หลังออกจากห้องน้ำก็ยังสามารถทำงานได้ปกติ และยังใช้ชีวิตปกติทุกอย่าง 

ในเวลาต่อมาตนเองเริ่มสงสัยว่าอาการมันเหมือนคนแท้งลูกแต่ไม่มั่นใจจึงเปิดหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต พอได้ข้อมูลมาจึงได้ไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจดูว่าเด็กยังอยู่ในท้องหรือไม่ ภายหลังจากการตรวจพบว่าเด็กไม่อยู่กับตนแล้ว ซึ่งตอนนั้นงานแต่งก็ใกล้จะถึงแล้ว หากตนบอกกับฝ่ายชายไปว่าตนแท้งลูก กลัวว่าทางฝ่ายชายจะไม่รับผิดชอบ เพราะว่าก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์แบบนี้แล้วเพราะฝ่ายชายจะไม่รับผิดชอบ เพราะ ตามประเพณีของทางบ้านตนที่เป็นชาวเชื้อสายมอญ ต้องทำให้ถูกต้องหากไม่อย่างนั้นจะเป็นการผิดผี ผิดประเพณี

ในส่วนเรื่องที่ฝ่ายชายเห็นว่าตนเองโพสต์ภาพที่ลงใน Stories ว่าวันเกิดตนได้กินข้าวกับผู้ชาย โดยในภาพมีถ่ายติดแขนผู้ชายนั้น แท้จริงแล้วตนเองไปทานข้าวกับเพื่อนร่วมงานเท่านั้น หลังจากนั้นฝ่ายชายก็โวยวายบอกกับตนว่าตนเองนั้นมีชู้ ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่าตนไปทานข้าวกับเพื่อนที่ทำงานแต่ฝ่ายชายก็ไม่เชื่อ อีกครั้งฝ่ายชายก็ยังไม่เชื่อด้วยว่าตนเองนั้นได้แท้งลูกไปแล้วด้วย

ซึ่งขณะนั้นตนคิดว่าจะบอกความจริงกับฝ่ายชายในช่วงวันเกิด แต่ด้วยความอึดอัดเพราะไม่ได้บอกความจริงกับฝ่ายชายมานานกว่า 10 วัน อีกทั้งยังไม่ได้บอกเรื่องดังกล่าวกับทางบ้านด้วย ประกอบกับฝ่ายชายนั้นอยากมีลูกมาก ซึ่งก่อนที่ตนจะตัดสินใจบอกความจริงกับฝ่ายชายตนได้ถามว่าถ้าเกิดตนเองไม่มีเด็กแล้วยังจะรักตนเองหรือไม่ ซึ่งฝ่ายชายก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่เพียงแต่พูดสวนกลับมาว่าจะไม่มีเด็กได้อย่างไรเพราะตอนไปตรวจกับหมอว่ามีเด็กอยู่ในท้อง ซึ่งตนยืนยันว่าเด็กได้หลุดออกไปแล้ว

หลังจากพูดคุยกับเสร็จทางฝ่ายชายก็เริ่มมีอารมณ์ด่าตนว่าตนไปมีผู้ชายคนอื่น เหตุการณ์ตอนนั้นผู้ชายได้บุกมาคุยที่ทำงานตนเองด้วย ตนจึงได้พากันออกมาคุยข้างนอกเพื่อไม่ให้เสียงาน ทั้งหมดที่ตนไม่กล้าพูดว่าเด็กหลุดเพราะตนเป็นโรคซึ่มเศร้าด้วย ประกอบกับก่อนหน้านี้ตนเคยเลิกกับฝ่ายชายไปแล้วรอบหนึ่ง และยังเคยเกิดเหตุการณ์ที่ฝ่ายชายเคยเอาปืนจ่อหัวตนด้วย ตนเองยืนยันว่าทั้งหมดที่ตนพูดคือเรื่องจริงแล้วอยากจะชี้แจงกับข่าวที่ออกมาด้วยว่าที่ฝ่ายชายพูดนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Scroll to Top