หนุ่ม11นิ้วร้องถูกนำสำเนาบัตรปชช.ไปใช้ ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเสพยาเสพติด – Sport365TH

หนุ่ม11นิ้วร้องถูกนำสำเนาบัตรปชช.ไปใช้ ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเสพยาเสพติด


หนุ่ม 11นิ้วร้องสายไหมต้องรอดถูกคนร้ายนำสำเนาบัตรประชาชนไปใช้จนตกเป็นผู้ต้องหาคดี “เสพยาเสพติด” 2 คดี แต่สุดท้ายไม่ได้ติดคุกเพราะผู้ต้องหาตัวจริงมี 10 นิ้ว

 

วันนี้ (4 ก.ย.) เวลา 13.00 น.ที่กระทรวงยุติธรรม ถ.แจ้งวัฒนะ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พานายธวัชชัย อายุ 38 ปี ชาว จ.ชลบุรี ผู้เสียหาย ร้องขอความเป็นธรรมหลังถูกคนร้ายนำบัตรประชาชนไปใช้จนตกเป็นผู้ต้องหาคดี “เสพยาเสพติด” จำนวน 2 คดี เมื่อปี 2554 และ 2557 ทำให้มีประวัติอาชญากรติดตัวไม่สามารถเดินทางออกไปทำงานที่ต่างประเทศได้ โดยมี นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทักษ์สิทธิและเสรีภาพ โฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

 

นายเอกภพ กล่าวว่า ผู้เสียหายถูกคนร้ายตัวจริงนำสำเนาบัตรประชาชนไปแสดงต่อพนักงานสอบสวนแทนบัตรประชาชนตัวจริงหลังถูกจับในคดียาเสพติด จำนวน 2 คดี ในปี 2554 สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และ ปี 2557 สภ.ประทาย จ.นครราชสีมา ซึ่งอาจเป็นความไม่รอบคอบของพนักงานสอบสวนที่ตรวจสอบเพียงสำเนาเอกสาร ทำให้ผู้เสียหายกลายเป็นผู้ต้องหาแทน สร้างผลกระทบไม่สามารถสมัครงานได้เลยเพราะยังมีประวัติเกี่ยวข้องคดียาเสพติด นอกจากนี้ ตำรวจได้ให้แจ้งความกลับระบุว่าเป็นเพียงชายไทยไม่ทราบชื่อ

 

ด้าน นายธวัชชัย เผยว่า ตนคาดว่าช่วงสมัครงานในหลายบริษัท ตั้งแต่ปี 2550-57 มีเอกสารสมัครงานไม่ได้ทำลายทิ้ง หลุดออกไปถึงผู้ต้องหาตัวจริง จนเมื่อปี 2554 สภ.เมืองพัทยา จับคนร้ายคดียาเสพติดและอาจใช้สำเนาของตน จึงถูกคุมประพฤติเรียกไปรายงานตัวและปฏิเสธไม่เคยเกี่ยวข้อง ต่อมา ปี 2555 ได้เข้าทำงานบริษัทแห่งหนึ่งสักระยะ เมื่อตรวจสอบประวัติพบมีคดียาเสพติด จึงให้ตนลาออก ซึ่งได้ปฏิเสธข้อหาดังกล่าว และไปตรวจสอบประวัติลายนิ้วมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยืนยันลายนิ้วมือไม่ตรงกับผู้ต้องหาตัวจริง เพราะตนมี 11 นิ้ว แต่ผู้ต้องหามี 10 นิ้ว จนบริษัทให้ทำงานต่อ

 

นายธวัชชัย เผยอีกว่า ขอยืนยันไม่เคยทำบัตรหายและไม่รู้จักคนร้ายแต่อย่างใด กระทั่งปี 2557 ตำรวจ สภ.ประทาย จ.นครราชสีมา คนร้ายโดนจับในข้อหายาเสพติดอีกครั้ง และยังใช้สำเนาฉบับเดิมของตนเอง ทำให้ถูกคุมประพฤติเรียกรายงานตัวอีกรอบ ซึ่งตนได้พาทนายไปยืนยันความบริสุทธิ์และไม่ดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตนไม่สามารถเดินทางไปทำงานต่างประเทศได้เพราะยังมีชื่อในประวัติอาชญากร ทำให้ขาดโอกาสสร้างรายได้ จึงมากระทรวงยุติธรรมเพื่อขอความเป็นธรรมในวันนี้.

 

แหล่งที่มา

Scroll to Top