"ผู้กำกับกระดูกเหล็ก"ชี้คดีสารวัตรแบงก์แรงกว่าที่คิด เศรษฐาจัดการยังไง – Sport365TH

"ผู้กำกับกระดูกเหล็ก"ชี้คดีสารวัตรแบงก์แรงกว่าที่คิด เศรษฐาจัดการยังไง

[ad_1]

“พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร”ผู้กำกับกระดูกเหล็ก ชี้ ผกก.เบิ้ม ลั่นไกยิงตัวเองหนีความผิดร้ายแรง สะท้อนว่าเรื่องร้ายแรงกว่าที่คิดฝากถึง”เศรษฐา”พอเกิดปัญหาแบบนี้จะจัดการอย่างไร

วันนี้11กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
อดีตนายตำรวจเจ้าของฉายา ‘ผู้กำกับกระดูกเหล็ก’ ผู้คร่ำหวอดในวงการตำรวจมาอย่างยาวนาน กล่าวถึงคดีการเสียชีวิตของสารวัตรแบงก์

มองว่าเป็นปรากฏการณ์เกี่ยวกับปัญหาของตำรวจเป็นเรื่องหนึ่ง ที่เกิดขึ้นเหมือนกับหลายๆเรื่องและมีตำรวจตายจนเป็นเรื่องใหญ่โตและที่เป็นรุ่นใหญ่ไปกว่านั้นคือในวันเกิดเหตุมีตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ 25-26 คนซึ่งปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หนำซ้ำหลังเกิดเหตุคนร้ายอย่างหนีไปได้

พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า ผู้มีอิทธิพลนั้นไม่มีจริง มีแต่ตำรวจที่ไปรับส่วยสินบน และส่งกันเป็นระบบในหลายระดับ ทำให้ตำรวจชั้นผู้น้อยนั้นทำอะไรไม่ได้ก็ต้องไปเป็นพวกกับเขา ทำให้เขานั้นเป็นผู้มีอิทธิพลขึ้นมา คนก็จะเกรงใจว่าเขานั้นมีพรรคพวกเป็นตำรวจเยอะ หากสืบค้นไปเรื่อยๆอาจจะมีตำรวจ ยศพลตำรวจโท พลตำรวจเอกโผล่มาก็ได้และที่สำคัญกำนันนั้นก็คือประชาชนคนหนึ่งแต่ว่ามีเงินเยอะ แต่ถึงจะมีเงินเยอะหากเราทำผิดก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย แต่การที่กำนันฝ่าฝืนได้และคนก็บอกว่ากำนันนั้นเป็นผู้มีอิทธิพล ซึ่งคำเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุ ถ้ากำนันเป็นผู้มีอิทธิพลเป็นคนชั่ว หรือเป็นคนไม่ดีตำรวจ 20 กว่าคนจะไปนั่งที่บ้านเขาทำไม การที่ตำรวจไปนั่งที่บ้านเขานั้นถือว่าเป็นการรับรองว่าเขานั้นเป็นคนดี ซึ่งทาง ผบ.ตร.เองก็ต้องออกมาตรฐานการปฏิบัติ เรื่องการลงโทษทางวินัยต่างๆในการไปร่วมงานรับกินรับเลี้ยงหรือจริยธรรมของตำรวจที่ห้ามพบปะสังสรรค์กับผู้มีอิทธิพลแต่ในทางปฏิบัตินั้นไม่สามารถปฏิบัติได้ แต่พอถูกยิงตายแล้วก็บอกว่าเขานั้นเป็นคนชั่ว

ส่วนกรณี พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ หรือ ผกก.เบิ้ม นั้น พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า พูดตามตรงเขาก็ต้องหนีความผิดทางใดทางหนึ่งไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาหรือความผิดทางวินัยร้ายแรง ซึ่งสร้างแรงกดดันให้เขาตัดสินใจอย่างนั้น สะท้อนให้เห็นได้ว่าเรื่องดังกล่าวร้ายแรงกว่าที่เราทราบ อาจจะมีอะไรซ่อนอยู่อีกมากมาย

ส่วนเรื่องของการฆ่าตัดตอน เจ้าหน้าที่เข้าไปอยู่ที่เกิดเหตุดูสภาพศพก็สามารถชี้ได้เลยว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือถูกปิดปากโดยคนอื่นปกติแล้วพนักงานสอบสวนไปดูจุดเกิดเหตุไม่ว่าจะเป็นการฆ่าตัวตายหรือคนอื่นทำให้ตายก็สามารถดูรู้ได้ไม่ยาก พิสูจน์ไม่ยาก ตราบใดที่ตำรวจไม่มีการปฏิรูปก็จะมีปัญหาซ้ำซากแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งต้องฝากไปถึงทางนายกเศรษฐาพอเกิดปัญหาแบบนี้ว่าจะจัดการและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง.

แหล่งที่มา

[ad_2]

Scroll to Top