"สันธนะ"คาดปมเหตุจบชีวิต"ผกก.เบิ้ม"เกิดจากความเครียด ไม่ใช่ฆ่าตัดตอน – Sport365TH

"สันธนะ"คาดปมเหตุจบชีวิต"ผกก.เบิ้ม"เกิดจากความเครียด ไม่ใช่ฆ่าตัดตอน

[ad_1]

“สันธนะ”คาดปมเหตุจบชีวิต”ผกก.เบิ้ม”เกิดจากความเครียด เพราะเป็นต้นเหตุโทรเรียกสารวัตรศิวมา ไม่ใช่การฆ่าตัดตอนแน่นอน

 

วันนี้ (12 ก.ย.66) ทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล ถึงกรณีที่ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์หรือ ผกก.เบิ้ม ยิงตัวตายที่บ้านพัก โดยนายสันธนะ ได้วิเคราะห์ว่าในที่เกิดเหตุและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คาดว่าตัวผกก.เบิ้มเอง น่าจะเครียดสะสม เนื่องจากเขาเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของสารวัตรศิว และเป็นคนโทรเรียกให้สารวัตรศิวมาร่วมงานเลี้ยงของกำนันนก จนมาเกิดเหตุ จึงมองว่าเป็นเหตุผลเพียงพอ ที่จะทำให้ผกก.เบิ้มฆ่าตัวตาย

ผกก.เบิ้มน่าจะกังวล เครียด จากสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น อีกทั้งยิ่งใกล้วันที่จะเผาร่างของผู้ใต้บังคับบัญชาในฐานะที่เป็นนายก็ต้องไปร่วมงาน แรงกดดันก็เพิ่มมากขึ้น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องของการฆ่าตัดตอน อย่างแน่นอน มองว่า ผู้กำกับการที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นผู้นำหน่วยปฎิบัติการ การที่จะเข้าไปฆ่าก็ไม่ง่าย เขาคงจะไม่ยอม และคงมีการต่อสู้อย่างแน่นอน

ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุทำไม เพื่อนบ้านไม่ได้ยินเสียงปืนตนเองมองว่าเสียงปืนดังแค่เสี้ยววินั้น โอกาสที่เพื่อนบ้านจะได้ยินเสียงมันน้อยมาก เพราะเพียงนัดเดียว ส่วนพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อย เพราะเนื่องจากคนที่ไปพบศพคนแรก ไม่ใช่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จึงต้องมาโฟกัสพยานหลักฐานก่อเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุร่วมกัน

ส่วนพยานคนอื่นไม่มีการฆ่าตัดตอนอย่างแน่นอน เพราะคดีอยู่ในสายตาประชาชน และหากจะมองว่าเป็นการฆ่าตัดตอนจริง ใครละจะเป็นคนสั่งการหรือไม่ก็ต้องเป็นผู้บัญชาการระดับสูง

ส่วนกรณีที่มีตำรวจข่มขู่นักข่าวที่ได้โทรเข้าไปสอบถามข้อมูลก่อนหน้านี้ นายสันธนะ มองว่านายตำรวจคนดังกล่าวไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ ในช่วงที่สถานการณ์ที่วิกฤตแบบนี้ และคาดว่าคำพูดที่พูดออกมานั้นคงอยากจะตัดบทสนทนากับนักข่าว แต่ตนก็มองอีกว่าเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นหากบริสุทธิ์ใจจริง ก็ชี้แจงไปตามเรื่องราวที่มันเกิดขึ้น เพราะสื่อเองก็ทำตามหน้าที่ ตำรวจท่านนี้ก็ควรทำตามหน้าที่ หากจะปฎิเสธก็ควรจะมีการสื่อสารที่ดีกว่านี้

ส่วนเรื่องส่วยสติกเกอร์นั้น แน่นอนอยู่แล้วว่า มีผลประโยชน์ร่วมด้วย เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการไปกินเลี้ยงสังสรรค์ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเรียกตำรวจ 25 คน ไปในนอกเวลาราชการ หากไม่มีผลประโยชน์ก็คงจะไม่ไปร่วม ส่วนตัวกำนันนก หลังจากนี้หากเข้าไปอยู่ในเรือนจำตนเองก็คิดว่าคงจะไม่สบาย เพราะน่าจะโดนแรงกดดันจากข้างใน.

แหล่งที่มา

[ad_2]

Scroll to Top