"นิพิฏฐ์"ขอ”ปิยบุตร”ทบทวน ขาดเธอไปไม่รู้จะเถียงกับใครเพื่อให้เกิดปัญญา – Sport365TH

"นิพิฏฐ์"ขอ”ปิยบุตร”ทบทวน ขาดเธอไปไม่รู้จะเถียงกับใครเพื่อให้เกิดปัญญา


“นิพิฏฐ์” โพสต์ขอให้ “ปิยบุตร” ทบทวนเรื่องที่จะยุติบทบาททางการเมือง เพราะมีหลายเรื่องที่พูดน่าสนใจ สังคมควรมีคนอย่างนี้ อยากให้ทบทวนใหม่ “เพราะถ้าอาจารย์หยุด ผมก็คงเฉาเพราะไม่รู้จะเถียงกับใครเพื่อให้เกิดปัญญา”

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง  โพสต์เฟซบุ๊ก ภายหลังนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตนักการเมืองสังกัดพรรคอนาคตใหม่ประกาศยุติบทบาททางการเมือง เลิกเสนอความคิดเห็นต่อสาธารณะ หลังโดนโจมตีหนัก ระบุว่า

ถึง อ.ปิยบุตร

-ผมอ่านข่าว ทำนองว่า อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล  จะไม่วิจารณ์การเมืองอีกแล้ว แต่จะไปเขียนหนังสือและทำงานวิชาการที่ถนัด

-ผมเสียดาย! แม้บางเรื่องผมกับท่านมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่ความเห็นหลายเรื่องของท่านน่าสนใจ

-ผมเห็นคนเข้าไปแสดงความเห็นในเฟสบุคของ อ.ปิยบุตร เห็นแล้วผมก็ตกใจ และผมก็เริ่มไม่เข้าใจประชาชนที่วิจารณ์ท่านเหมือนกัน

-นานมาแล้ว ตอนท่านเข้าการเมืองใหม่ๆ ผมเคย debate กับท่าน สัญชาติญาณบอกผมว่า  ท่านคือดาวรุ่ง ดวงใหม่ของการเมืองไทย

-ในฐานะที่ผมผ่านการเมืองมาก่อนท่านอย่างยาวนาน ผมจึงน่าจะรู้จักโลกที่เป็นจริง และโลกเสมือนจริงมากกว่าท่าน ผมยังแอบหวั่นว่าท่านจะเดินไปไม่ถึงปลายทาง สุดท้ายสิ่งที่ผมหวั่นก็เป็นจริง อย่างที่ผมเคยเขียนหลายครั้งว่า อุดมการณ์เมื่อมันเดินมาถึงปลายทาง บางครั้ง มันก็เหลือเพียงแต่ซาก

-ผมผ่านการเมืองยุคสงครามเย็นมา  มีคำเปรียบเทียบว่า  “แม้เราไม่ใช่ชอบคอมมิวนิสต์ แต่เราก็ไม่เป็นศัตรูกับคนที่เป็นคอมมิวนิสต์” เราเห็นต่างกันบางเรื่องเท่านั้น แต่เราไม่ใช่ศัตรูกันอย่างแน่นอน

-ผมกวาดหนังสือ”การปฏิวัติฝรั่งเศส” มาอ่านทุกเล่ม ทั้งที่เป็นภาษาไทย และที่เป็นภาษาฝรั่งเศสให้เขาอ่านและแปลให้ฟัง เพื่อจะมาโต้แย้งกับท่าน เมื่อท่านไม่แสดงความเห็นทางการเมือง ผมคืนหนังสือนั้นไปหมดแล้ว

-ผมอยากจะกล่าวว่า สังคมไหนที่ไม่ปกป้องคนที่เห็นต่าง แน่นอนว่า สังคมนั้นคือสังคมเผด็จการ

-คนไทยสูญเสียความสามารถในการรับฟังซึ่งกันและกันไปอย่างสิ้นเชิง ประชาธิปไตยที่อาจารย์หวังจึงเหี่ยวเฉาก่อนที่จะเบิกบาน

-เราสร้างสังคมให้อยู่ในกลุ่มปิด ที่สื่อสาร และรับฟังกันเฉพาะคนในกลุ่มเดียวกัน ตามความเห็นของแคสส์ ซันสไตน์ แห่งม.ฮาร์วาร์ด ที่เรียกว่า “ห้องแห่งเสียงสะท้อน”(echo chamber)

-ผมตระหนักถึงเรื่องนี้ ผมจึงเดินออกจากประชาธิปไตย(เพียวๆ) มาสมาทานเป็นนัก “เสรีนิยมประชาธิปไตย” ไม่ยุ่งกับสังคมที่เป็นอยู่ใน”ห้องแห่งเสียงสะท้อน” ผมจึงไม่ยุ่งกับรัฐ และรัฐก็อย่ามายุ่งกับผม

-ใครจะเห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วยกับผมก็ตามสบายเถิด  เพราะผมไม่ใช่นักประชาธิปไตย ที่แออัดกันอยู่ในห้องแห่งเสียงสะท้อน (echo chamber)

-ผมเพียงเห็นว่า  สังคมนี้ ควรจะมี อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล โลดเล่นให้ความเห็นในวงการเมือง ถ้าทบทวนได้ผมอยากให้อาจารย์ทบทวน เพราะถ้าอาจารย์หยุด ผมก็คงเฉาเพราะไม่รู้จะเถียงกับใครเพื่อให้เกิดปัญญา/

#ผมไม่ใช่ด้อมส้ม

แหล่งที่มา

Scroll to Top