ศาลฎีกา ตัดสิทธิดำรงตำแหน่งการเมือง 3 อดีต สส.ภูมิใจไทย เสียบบัตรแทนกัน – Sport365TH

ศาลฎีกา ตัดสิทธิดำรงตำแหน่งการเมือง 3 อดีต สส.ภูมิใจไทย เสียบบัตรแทนกัน


ศาลฎีกา พิพากษา 3 อดีต สส.ภูมิใจไทย เสียบบัตรแทนกัน ให้ตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต ไม่มีสิทธิดำรงตำเเหน่งทางการเมือง 

วันที่ 10 ม.ค. 67 ที่ศาลฎีกา สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม หมายเลขดำที่ คมจ.3/2564 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยื่นฟ้อง นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ อดีต สส.เขต 2 พัทลุง พรรคภูมิใจไทย, นายภูมิศิษฏ์ คงมี อดีต สส.เขต 1 พัทลุง พรรคภูมิใจไทย และนางนาที รัชกิจประการ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กรณีเสียบบัตร สส.แทนกันในการประชุมสภาฯ 

สำหรับคดีนี้ จำเลยทั้ง 3 คนถูกกล่าวหาว่ายินยอมให้บุคคลอื่นเสียบบัตรแสดงตนแทนกันในการลงมติเรียงตามรายมาตรา ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วาระที่ 2-3 เมื่อวันที่ 10-11 ม.ค. 2563 เป็นเหตุให้ พ.ร.บ.ดังกล่าวตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ 

เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่อันสำคัญที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เข้าลักษณะเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เหตุเกิดที่อาคารรัฐสภาแขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 

ขอให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งว่า ผู้คัดค้านทั้งสามฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ขอให้ผู้คัดค้านที่หยุดปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ศาลฎีการับคำร้องจนกว่าจะมีคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทั้งสามพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้งสามมีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปี 

ศาลฎีกามีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 1, 2 หยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 3 ก.ย.64 ส่วนผู้คัดค้านที่ 3พ้นจากการเป็น ส.ส.ก่อนวันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องคดีนี้แล้ว ต่อมาอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องผู้คัดค้านทั้งสามเป็นคดีอาญาด้วยมูลเหตุเดียวกับคดีนี้ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานส่วนใหญ่เป็นชุดเดียวกัน เมื่อศาลในคดีอาญาดังกล่าวมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 พ.ค.66 แล้ว จึงดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ต่อโดยไต่สวนพยานผู้ร้องกับไต่สวนพยานผู้คัดค้าน 

โดยศาลพิพากษาว่า ผู้คัดค้านทั้งสามฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 6,7,8 ประกอบข้อ 27 วรรคหนึ่ง และข้อ 17,21 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง ให้ผู้คัดค้าน 1,2 พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่ 3 ก.ย.2564 อันเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำสั่งในคดีนี้ ให้ผู้คัดค้านที่ 1, 2 หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพิกถอนสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้งสามตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ กับให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้งสามมีกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 235 วรรคสามและวรรคสี่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 ประกอบมาตรา 81 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2566 ศาลฎีกานักการเมืองพิพากษาจำคุก อดีต สส.ภูมิใจไทย ทั้ง 3 คน ให้จำคุกคนละ 9 เดือน ไม่รอลงอาญา และสั่งให้จำเลยพ้นจากตำแหน่งทางการเมือง พร้อมตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต 

ต่อมาจำเลยทั้ง 3 ยื่นหลักทรัพย์พร้อมคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ระหว่างชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ ศาลพิจารณาเเล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราวตีราคาประกันคนละ1 ล้านบาท

แหล่งที่มา

Scroll to Top