อยู่ได้ตามอัตภาพ! หนุ่มวัย 33 มีอาการทางสมอง ถูกขังเลี้ยงเหมือนหมู – Sport365TH

อยู่ได้ตามอัตภาพ! หนุ่มวัย 33 มีอาการทางสมอง ถูกขังเลี้ยงเหมือนหมู


 

หนุ่มวัย 33 มีอาการทางสมอง ถูกขังเลี้ยงเหมือนหมู ร่างเปลือยกินไม่รู้จักอิ่ม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบลงพื้นที่ช่วยเหลือ ชี้สามารถอยู่ได้ตามอัตภาพ 

จากกรณีพระราชวชิรกิจจาทร เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร พร้อมด้วยคณะสงฆ์อำเภอสรรคบุรี และผู้ใจบุญลงพื้นที่ไปยัง บ้านเลขที่ 31/1 หมู่ 1 ต.บางขุด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท มอบข้าวสารอาหารแห้งให้แก่ นายวลัญกรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือ เป้ อายุ 33 ปี ที่ถูกขังอยู่ใต้ถุนบ้าน เนื่องจากมีอาการผิดปกติทางสมอง 

หลังได้รับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน โดยนายเป้ อาศัยอยู่กับนายพ่อ อายุ 60 ปี ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีกซ้าย จากเส้นเลือดในสมองแตก และ น.ส.พเยาว์ อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นป้าเป็นคนคอยดูแลนั้น 

วันที่ 1 ก.พ. 67 มีหลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบ อาทิ ปลัดอำเภอสรรคบุรี นายแพทย์สาธารณสุขอำเภอสรรคบุรี ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ MCATT โรงพยาบาลสรรคบุรี เทศบาลตำบลบางขุด พัฒนาชุมชนอำเภอสรรคบุรี และผู้ใหญ่บ้าน ไม่พบความผิดปกติของการดูแลผู้ป่วย สามารถอยู่ได้ตามอัตภาพบริบทของบ้านผู้ป่วย และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง 

นายอธิวัฒน์ โสภณวัชรพันธ์ หัวหน้างานจิตเวชและยาเสพติด รพ.สรรคบุรี เปิดเผยว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ฝ่ายปกครองอำเภอสรรบุรี ไม่พบความผิดปกติในเรื่องของการดูแล รวมทั้งอาการทางจิตเวช และอาการเจ็บป่วย ซึ่งญาติให้ประวัติการรักษาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการดูแลช่วยเหลือได้จากในพื้นที่เทศบาลตำบลผู้ใหญ่บ้านวัด และชาวบ้านผู้ที่ดูแลเป็นอย่างดี คือป้าของผู้ป่วย จากการประเมินทั้งสุขภาพจิต และสุขภาพกายของผู้ป่วย และผู้ดูแลปกติในเรื่องของสิ่งแวดล้อมสามารถอยู่ได้ตามอัตภาพบริบทของบ้านเขา เนื่องจากผู้ที่ดูแลเป็นคนที่เข้าใจสภาพของผู้ป่วย และดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลตามอัตภาพดีตามสมควร 

อยู่ได้ตามอัตภาพ! หนุ่มวัย 33 มีอาการทางสมอง ถูกขังเลี้ยงเหมือนหมู

อาการป่วยในประวัติการรักษาของโรงพยาบาลสรรคบุรีคือเรื่องของโรคลมชัก ซึ่งมาจากอาการทางสมองได้ และเรื่องของอารมณ์หงุดหงิดก้าวร้าวโมโห ซึ่งญาติให้กินยาต่อเนื่อง ก็ไม่แสดงอาการอีก และอาการชักก็ไม่มีแล้ว เนื่องจากกินยาอย่างต่อเนื่อง 

ส่วนการช่วยเหลือหลักนั้นจะเป็นหน้าที่ของเจ้าคณะจังหวัดชัยนาทควบคุมดูแลเรื่องเงินรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาในการสร้างบ้านที่อยู่ปรับปรุงภูมิทัศน์ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวต่อไป

  

แหล่งที่มา

Scroll to Top