บุกจับผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดัง ทุจริตยักยอกเงินวัดกว่า 200 ล้าน – Sport365TH

บุกจับผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดัง ทุจริตยักยอกเงินวัดกว่า 200 ล้าน

[ad_1]

 

บุกจับผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดัง ทุจริตยักยอกเงินวัดกว่า 200 ล้าน พฤติกรรมแสบแอบเอาเช็กเปล่าลวงให้เจ้าอาวาสเซ็นอนุมัติ ตร.เค้นสอบยังปากแข็ง 

วันที่ 23 ก.พ.67 พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปปป. สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.และ ป.ป.ช. เข้าจับกุมตัว พระครูรูปหนึ่ง อายุ 47 ปี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชื่อดังใน กทม. 

ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.9/2567 ลงวันที่ 22 ก.พ.  67 ข้อหา เป็นเจ้าพนักงานแต่กลับเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต ,เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” และ นายปานจิตร (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.8/2567 ลงวันที่ 22 ก.พ. 67 ข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต ,และสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” 

โดยจับกุมพระครู ได้ที่ กุฏิภายในวัดแห่งหนึ่งในเขตปทุมวัน ส่วนนายปานจิตร จับกุมตัวได้ที่วัดแห่งหนึ่งในเขตบางกอกใหญ่ 

เนื่องจากพระครู ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส แต่กลับมีพฤติกรรมร่วมกับนายปานจิตร อาชีพพ่อค้าขายของอยู่ในวัด ยักยอกเงินของวัดจำนวนกว่า 200 ล้านบาท ไปเป็นทรัพย์สินส่วนตัว โดยทำมาตั้งแต่ปี 61 จนถึง 66 รวมเป็นเงินกว่า 200 ล้านบาท 

กระทั่งต่อมามีการตรวจสอบพบความผิดปกติ ทั้งสองจึงชิงหลบหนีออกจากวัด เจ้าหน้าที่จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ขออำนาจศาลออกหมายจับ ก่อนที่ต่อมาจะทราบว่าปัจจุบันพระครูได้หนีมาจำวัดซ่อนตัวอยู่กับเพื่อนพระที่วัดอีกแห่ง เช่นเดียวกับนายปานจิตร ที่หนีมาบวชเป็นพระ จึงเร่งนำกำลังตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว 

จากการสอบสวน พระครู ยังคงยืนกรานให้การปฏิเสธ ขณะที่ในส่วนของ นายปานจิตร ยอมรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันกระทำผิดจริง โดยทำหน้าที่เป็นผู้นำเช็กของวัดไปขึ้นเงินสด ก่อนนำเงินสดทั้งหมดมามอบให้กับพระครูตามคำสั่ง เบื้องต้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

รายงานข่าวแจ้งว่า จากแนวทางสืบสวนพฤติกรรมของผู้ต้องหากลุ่มนี้ยังทราบว่า ทุกครั้งที่มีการยักยอกเงินวัด พระครูมักจะนำเช็กเงินสดไปให้เจ้าอาวาสเซ็นอนุมัติ จากนั้นก็จะนำเช็กใบดังกล่าวมาแก้ไขตัวเลข เพื่อเพิ่มยอดเงินให้มากขึ้น หรือแม้กระทั่งนำเช็กเปล่าไปให้เจ้าอาวาสเซ็น โดยที่เจ้าอาวาสไม่รู้เรื่อง ก่อนจะเอาเช็กใบดังกล่าวไปให้นายปานจิตร นำไปเบิกออกมาให้เป็นเงินสด เพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบเส้นทางการเงิน

แหล่งที่มา

[ad_2]

Scroll to Top