วันเสาร์, 5 มิถุนายน 2564

บอลยุโรปยังแกร่ง! ลิเวอร์พูลย้ำแค้นไลป์ซิกสกอร์เดิม 2-0 (4-0) ฉลุย 8 ทีม UCL

11 มี.ค. 2021
165
บอลยุโรปยังแกร่ง! ลิเวอร์พูลย้ำแค้นไลป์ซิกสกอร์เดิม 2-0 (4-0) ลิ่ว 8 ทีม |  Goal.com

แม้ฟอร์มในลีกจะไม่ดีแต่หงส์แดงยังแกร่งในแชมเปี้ยนส์ลีก หลังเอาชนะไลป์ซิกทั้งในฐานะเจ้าบ้านและทีมเยือนด้วยสกอร์เดียวกัน 2-0 ทะลุรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2021/22 รอบ 16 สุดท้าย นัดที่ 2 คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) พบ แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมัน) ที่สนามกลาง ปุสกัส อารีนา ประเทศฮังการี โดยเกมแรกที่สนามเดียวกันนี้ทีมจากอังกฤษเอาชนะไปได้ก่อน 2-0

หงส์แดง ของ เยอร์เกน คล็อปป์ สถานการณ์ไม่ค่อยดีนักเมื่อแพ้มา 2 เกมติดในลีก เกมนี้จัดทัพมาในระบบ 4-3-3 นำมาโดยสามประสานในแนวรุกอย่าง ซาดิโอ มาเน , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ดิโอโก โจตา

ขณะที่ แอร์เบ ไลป์ซิก ผลงานตรงกันข้ามชนะม่า 4 รวดรวมทุกรายการ เกมนี้ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือวางหมากมาในระบบ 5-4-1 นำมาโดย เอมิล ฟอร์สเบิร์ก , มาร์เซล ซาบิตเซอร์ , เควิน คัมเพิล , ดานี โอลโม และ ยูสซุฟ โพลเซน

รายละเอียดการแข่งขัน

นาทีที่ 25 หงส์แดงได้โอกาสทอง ติอาโก ยกบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเดี่ยวตั้งแต่กลางสนามลากบอลเข้าเขตโทษก่อนจะยิงไปติดเซฟ ปีเตอร์ กูลัชชี บอลกระดอนออกมาเข้าทาง ซาดิโอ มาเน ตามมาโขกซ้ำแต่โดนไม่ดี บอลขลุกขลิกไปมาสุดท้ายจบที่ มาเน ได้ตวัดยิงโล่งๆ แต่บอลข้ามคานออกไป

นาทีที่ 40 เดอะ เรด น่าได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะ ดิโอโก โจตา ฉกบอลจาก ดาโยต์ อูปาเมกาโน ก่อนกระชากเข้าไปยิงกลางประตู แต่ ปีเตอร์ กูลัชชี ทุกออกมาได้

เกมครึ่งแรกเป็นเจ้าถิ่นที่มีโอกาสเข้าทำและจบสกอร์มากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอทำให้จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เสมอ ไลป์ซิก 0-0 (2-0)

นาทีที่ 55 ซาดิโอ มาเน เปิดบอลข้ามแผงหลังมาให้ ดิโอโก โจตา หลุดเดี่ยวเข้าไปยิง แต่ ติดเซฟ กูลัชชี จังหวะแรก ก่อนที่ ซาลาห์ จะเข้ามาตามซ้ำดาบสองโล่งๆ แต่บอลข้ามคานออกไป

นาทีที่ 65 เป็นโอกาสทองของไลป์ซิก ฮวาง ฮี ชาน ตัวสำรองเปิดบอลจากทางซ้ายเข้ามาให้ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ โขกบอลย้อยไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 71 ลิเวอร์พูลมาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ ซาดิโอ มาเน จ่ายบอลให้ ดิโอโก โจตา จี้เข้าหาเขตโทษก่อนจะไหลออกมาทางขวาให้ ซาลาห์ เลี้ยงตัดเข้าในยิงหักข้อด้วยซ้ายบอลเสียบเสาแรก เรด แมชชีนนำ 1-0 (3-0)

4 นาทีถัดมายักษ์ใหญ่จากอังกฤษมาบวกประตูเพิ่มเป็น 2-0 (4-0) จากจังหวะ ดิว็อค โอริกี ตัวสำรองได้เปิดบอลจากทางขวาเข้าไปหน้าปากประตูให้ ซาดิโอ มาเน ชาร์จจ่อๆ

จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม ลิเวอร์พูล เอาชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 2-0 สกอร์รวมสองนัด 4-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน (GK) , เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , นาธาเนียล ฟิลลิปส์ , โอซาน คาบัค , แอนดี โรเบิร์ตสัน (คอสตาส ซิมิกาส น.90) , ฟาบินโญ , จอจินิโอ ไวจ์นัลดุม (เจมส์ มิลเนอร์ น.82) , ติอาโก (นาร์บี เกอิตา น.71) , ซาดิโอ มาเน (อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.90) , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , ดิโอโก โจตา (ดิว็อค โอริกี น.71)

ไลป์ซิก (5-4-1) : ปีเตอร์ กูลัชชี (GK) , คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู , ลูคัส โคลสเตอร์มันน์ , ดาโยต์ อูปาเมกาโน , นอร์ดี มูกีเล , ทายเลอร์ อดัมส์ , เอมิล ฟอร์สเบิร์ก (จัสติน ไคลเวิร์ต น.60) , มาร์เซล ซาบิตเซอร์ , เควิน คัมเพิล (อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ น.46) , ดานี โอลโม (อมาดู ไฮดารา น.72) , ยูสซุฟ โพลเซน (ฮวาง ฮี ชาน น.60) 


สภาพความพร้อมก่อนเกมของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล เกมนี้จะยังไม่มี เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ โกเมซ และ โจเอล มาติป ที่ยังบาดเจ็บ ขณะที่ โอซาน คาบัค และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ต้องรอเช็คความฟิต แนวรับใช้ ฟาบินโญ จับคู่กับ เนธาเนียล ฟิลลิปส์ แดนกลางนำทัพโดย จอร์จินโญ ไวจ์นัลดุม ประสานงานกับ ติอาโก้ อัลคันทารา และ เคอร์ติส โจนส์ แนวรุกเป็นสามประสาน ซาดิโอ มาเน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ดิโอโก โจตา

ไลป์ซิก เกมนี้จะไม่มี โดมินิค โซบอสซ์ไล และ คอนราด ไลเมอร์ ที่มีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ วิลลี ออร์บัน ต้องรอเช็คความฟิต แนวรับคาดว่าจะใช้ นอร์ดี มูคิเอเล, ดาโยต์ อูปาเมกาโน และ ลูคัส คลอสเตอร์มันน์ เป็นสามเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แดนกลางนำทัพโดย เควิน คัมเพิล ประสานงานกับ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ และ ดานี โอลโม โดยมี คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู และ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ เป็นคู่หัวหอก

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล

อลิสซอน (GK)

อาร์โนลด์, ฟาบินโญ, ฟิลลิปส์, โรเบิร์ตสัน

ติอาโก้, ไวจ์นัลดุม, โจนส์

โจตา, ซาลาห์, มาเน

ไลป์ซิก

กูลาคซี(GK)

มูคิเอเล, อูปาเมกาโน, คลอสเตอร์มันน์

อดัมส์, คัมเพิล, ซาบิตเซอร์, โอลโม, อังเจลิโน

เอ็นคุนคู, ซอร์ลอธอ่านบทความต่อด้านล่าง

ผลงานใน UCL นัดล่าสุด

ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบเมื่อบุกเอาชนะ ไลป์ซิก ได้ก่อนในเกมเลกแรก 2-0